คัดจาก หนังสือพิมพ์ ข่าวรามคำแหง ฉบับวันที่ 29 ก.ค 56 - 4 ส.ค 56 เขียนโดย รศ. อสัมภินพงศ์ ฉัตราคม
 
"เรื่องที่ผมจะเขียนในตอนนี้ ต่อเนื่องกับตอน งุนงงนักหนาเงินตราเจ้าเอย ซึ่งผมตั้งชื่อจากเพลง "อำนาจเงิน" ดังนั้นผมเลยถือโอกาสเอาเนื้อเพลงเดียวกันช่วงตอนใกล้จะจบมาเป็นชื่อของตอนนี้เสียเลย เพราะตั้งใจทำให้ต่อกับเนื้อเรื่องเดิม ที่พูดถึงแต่เงินแบบอื่นๆเช่น เบี้ยที่เป็นเปลือกหอย พดด้วงที่ทำจากโลหะเงิน และเหรียญกษาปณ์แบบต่างๆ ที่ไทยเราเริ่มใช้ตั้งแต่สมัยรัชการที่4 ตอนนี้จึงเป็นโอกาสที่จะเขียนถึงเงินประเภทที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในปัจุบันคือเงินกระดาษ"
 
ใครที่เคยดูภาพยนต์จีนย้อนยุคคงเคยเห็นว่ามีการใช้ตั๋วเงิน ซึ่งเป็นกระดาษที่ผู้ถือสามารถนำไปขึ้นเงินที่เป็นโลหะมีค่าได้ เงินกระดาษประเภทนี้พึ่งจะมีการใช้อย่างเป็นทางการในสมัยรัชการที่4 ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า "หมาย" แต่ก็ยังมีการใช้ในวงแคบๆ คือใช้ในหมู่พระราชวงศ์และขุนนางชั้นสูง ชาวบ้านทั่วไปคงไม่ได้ใช้เพราะเท่าที่พยายามเพ่งดูข้อความจาก"หมาย"เพื่ออ่านข้อความที่ตีพิมพ์เอาไว้ ก็อ่านได้ใจความว่า
 
 
"พระคลังจักใช้เงินเท่านั้น ให้แก่ผู้ที่เอาหมายนี้มาส่งในเวลาตั้งแต่เที่ยงไปจนบ่ายสามโมงทุกวัน ณ โรงทหาร พระบรมมหาราชวัง" ชาวบ้านในสมัยนั้นซึ่งยังไม่มีโอกาสเข้าไปที่พระบรมมหาราชวังได้ก็คงไม่ได้ใช้
 
ต่อมาอีกไม่นานก็มีเงินแบบกระดาษอีกแบบหนึ่งเกิดขึ้นมาหมุนเวียนใช้ในเมืองไทยโดยเป็นเงินที่ธนาคารสาขาของชาติตะวันตกที่เข้ามาตั้งในเมืองไทยพิมพ์ออกมาหมุนเวียน เงินประเภทนี้เรียกว่า "ธนบัตรธนาคาร" ซึ่งแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า bank note น่าสังเกตว่าปัจุบันเรากลับแปลคำเดียวกันนี้ว่า "ธนบัตร" เพราะเดี๋ยวนี้เราไม่อณุญาติให้ธนาคารพาณิชย์พิมพ์เงินกระดาษได้เองอีกแล้ว อย่างไรก็ตามบัตรธนาคารนี้ก็ยังอยู่ในวงแคบอยู่ดี เพราะมีใช้เฉพาะลูกค้าธนาคารเท่านั้น
 
โปรดติดตามตอนต่อไป

Comment

Comment:

Tweet

double wink big smile big smile

#1 By karima (110.168.180.91|110.168.180.91) on 2014-06-29 13:31